Main Exhibition
Once Becoming: A Visible Presence (ครั้นก่อรูปการณ์)
บริหารงานโดย หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานครและกรุงเทพมหานคร
องค์กรผู้สนับสนุนหลัก: บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน)
สื่อผู้สนับสนุน: ONCE, KiNdconnext
ภัณฑารักษ์รับเชิญ: กฤษฎา ดุษฎีวนิช
ภัณฑารักษ์ที่ปรึกษา: เพ็ญวดี นพเกตุ มานนท์
ศิลปิน
กัญญา เจริญศุภกุล
ปิยะรัศมิ์ ปิยะพงศ์วิวัฒน์
พินรี สัณฑ์พิทักษ์
พิม สุทธิคำ
ลัดดา สารตายน
ลาวัลย์ จิระสุรเดช
วันทนีย์ ศิริพัฒนานันทกูร
ศรีวรรณ เจนหัตถการกิจ
ศะศิธร อริยะวิชา
สนิทัศน์ ประดิษฐ์ทัศนีย์
ส้ม ศุภปริญญา
อารยา ราษฎร์จำเริญสุข
สิ่งใดก่อรูป นานวันย่อมผลิบาน : ว่าด้วยการก่อเกิดและการปรากฏรูปการณ์
ภายใต้แนวคิดของ “การปรากฏแต่เลือนราง” ในฐานะกระบวนการที่ค่อย ๆ สั่งสมและก่อรูปภายใต้เงื่อนไขของสังคม วัฒนธรรม และโครงสร้างทางอำนาจที่แตกต่างกันในแต่ละช่วงเวลา การก่อเกิดของศิลปินหญิงในประวัติศาสตร์ศิลปะไทยมิได้เป็นการปรากฏตัวอย่างฉับพลัน หากแต่ค่อย ๆ แทรกตัวขึ้นในสายธารของศิลปะสมัยใหม่ และส่งต่อมายังศิลปะร่วมสมัย
แม้การมีอยู่ของศิลปินหญิงจะปรากฏอย่างต่อเนื่องในช่วงเวลาต่าง ๆ แต่การมีอยู่นั้นกลับมักอยู่ภายใต้สภาวะของการซ้อนทับที่ซับซ้อน ไม่ว่าจะผ่านโครงสร้างของสถาบันหรือระบบการยอมรับในวงการศิลปะ โดยเฉพาะการบันทึกประวัติศาสตร์ศิลปะที่ให้ความสำคัญกับศิลปินชายเป็นหลัก การมีอยู่ดังกล่าวจึงมักถูกทำให้กลายเป็นเพียง “เรื่องรอง” ที่ดำรงอยู่ในขอบเขตของการรับรู้ คือมีอยู่แต่ไร้ซึ่งการปรากฏ
อย่างไรก็ตาม ภายใต้สภาวะของการซ้อนทับนี้ ศิลปินหญิงจำนวนหนึ่งได้สร้างสรรค์ผลงานที่มิได้เพียงดำรงอยู่ หากยังสะท้อนมุมมองที่เชื่อมโยงกับสังคมร่วมสมัยอย่างลึกซึ้ง ไม่ว่าจะเป็นประเด็นเรื่องตัวตน ร่างกาย บทบาททางสังคม หรือประสบการณ์เฉพาะตน ผลงานเหล่านี้จึงมิได้เป็นเพียงการแสดงออกทางศิลปะ หากยังเป็นการตั้งคำถามต่อโครงสร้างและการรับรู้ที่ดำรงอยู่ในฐานะส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ศิลปะ
“การผลิบาน” ในบริบทของนิทรรศการนี้ จึงมิใช่เพียงภาพของการเติบโต หากแต่เป็นช่วงเวลาที่สิ่งซึ่งเคยดำรงอยู่อย่างแผ่วเบา ซ้อนทับ หรือถูกทำให้เป็นเพียงเรื่องรอง ได้ค่อย ๆ ปรากฏขึ้นอย่างเด่นชัดในพื้นที่ของการรับรู้ การปรากฏดังกล่าวมิได้เป็นการเริ่มต้นใหม่ หากแต่เป็นการทำให้สิ่งที่มีอยู่แล้วได้รับการมองเห็นในมิติที่ชัดเจนยิ่งขึ้น
การดำรงอยู่ของการสร้างสรรค์อย่างต่อเนื่อง ทำให้เราเห็นว่าศิลปินหญิงในยุคร่วมสมัยมีแนวคิดที่เข้มข้นทางด้านการสร้างสรรค์ และมีแง่มุมทางความคิดที่แข็งแรงต่อบริบทสังคมรายรอบ ซึ่งทำให้แรงเหวี่ยงทางความคิดอ่านของโลกร่วมสมัยปรากฏอย่างเด่นชัดในหลายมิติ
นิทรรศการนี้จึงชวนให้ผู้ชมร่วมสำรวจและพิจารณาความเชื่อมโยงของเวลา ผ่านการดำรงอยู่ของศิลปินหญิงตั้งแต่ศิลปะสมัยใหม่สู่ศิลปะร่วมสมัย โดยมองเห็นความต่อเนื่องของการก่อรูปที่มิได้ขาดช่วง หากแต่เคลื่อนผ่านและซ้อนทับกันระหว่างยุคสมัย ร่องรอยจากอดีตมิได้เลือนหาย หากยังคงส่งแรงสั่นสะเทือนทางความคิดมาสู่ปัจจุบัน ขณะเดียวกัน การสร้างสรรค์ในปัจจุบันก็สะท้อนย้อนกลับไปอ่านอดีตในมิติของความเป็นร่วมสมัย
นิทรรศการ Once Becoming: A Visible Presence (ครั้นก่อรูปการณ์) คือการคลี่ประวัติศาสตร์ของการมีอยู่ในการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะของศิลปินหญิง ทั้งในมิติของการเกิดขึ้นและการดำรงอยู่ เมื่อเวลาผ่านไป หมุดหมายของการสร้างสรรค์ของศิลปินหญิงทั้งสองช่วงเวลานั้นยังคงเดิม หากแต่ความเข้มข้นและการเคลื่อนตัวไปสู่โลกร่วมสมัย ได้ขับเคลื่อนความหมายของการดำรงอยู่ให้ปรากฏอย่างน่าสนใจ นิทรรศการนี้จึงคัดสรรและหยิบยกผลงานศิลปะจากสองช่วงเวลามาสร้างบทสนทนา เพื่อเผยให้เห็นพื้นที่อันแผ่วเบาในร่องรอยของการมีอยู่และการเคลื่อนผ่านของการสร้างสรรค์ สิ่งที่แรกแย้มในอดีตได้ผลิบานและเติบใหญ่ในปัจจุบันอย่างเข้มแข็ง และปรากฏขึ้นอย่างงดงาม
ช่องว่างของเวลาระหว่างศิลปินสองยุคสมัย มิได้เป็นเพียงระยะห่าง หากเป็นพื้นที่ของการเคลื่อนผ่าน และสนามพลังของการสั่งสมเวลา ซึ่งหล่อหลอมการก่อรูป การดำรงอยู่ และการผลิบานของการสร้างสรรค์ของศิลปินหญิง การปรากฏในปัจจุบันจึงมิใช่จุดเริ่มต้น หากเป็นการเผยให้เห็นสิ่งที่เคยดำรงอยู่อย่างแผ่วเบาในอดีต และยังคงส่งต่อมาสู่ปัจจุบัน การมีอยู่แม้ไม่ปรากฏ มิได้หมายความว่าไม่มีอยู่ หากแต่ดำรงอยู่ในมิติที่ซ้อนทับและขับเคลื่อนความคิดอ่านของโลกร่วมสมัยอย่างต่อเนื่อง สายธารของประวัติศาสตร์ศิลปะจึงมิได้หยุดนิ่ง หากยังคงเคลื่อนไหว เปิดเผย และท้าทายความโกลาหลของโลกและสังคมในปัจจุบัน


